| Profil de NO NAMENO NAMEPhotosBlogListes | Aide |
|
26 octobre Dreamworld วันนี้ไปเที่ยว Dreamworld มา ตั้งแต่ 9.30 - 18.00 ไม่รวมเวลาเดินทางนะ มันเป็นเวลาที่อยู่ Dreamworld 11 octobre อิจฉา ช่วงนี้เจอรูปบาดตาบาดใจเยอะ อิจฉาโว้ยยยยยยยยยยยยย เนื้อหาดีๆที่ควรอ่าน ไปอ่านบล็อกเพื่อน แล้วเจอมา ลองอ่านดูละกัน
ปรัชญากับเหยือกแก้ว
ชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ให้มาเป็นวิทยากรพิเศษสอนวิชาปรัชญาให้กับนักศึกษาปริญญาโท เขาเตรียมการสอนอยู่หลายวัน จึงตัดสินใจจะสอนนักศึกษาเหล่านั้นด้วยแบบฝึดหัดง่ายๆ แต่แฝงไว้ด้วยข้อคิดเขาเดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมด้วยของสองสามอย่างบรรจุอยู่ในกระเป๋าคู่ใจ เมื่อได้เวลาเรียน เขาหยิบเหยือกแก้วขนาดใหญ่ขึ้นมาแล้วใส่ลูกเทนนิสลงไปจนเต็ม "พวกคุณคิดว่าเหยือกเต็มหรือยัง ?" เขาหันไปถามนักศึกษาปริญญาโท แต่ละคนมีสีหน้าตาครุ่นคิดว่าอาจารย์หนุ่มคนนี้จะมาไม้ไหนก่อนจะตอบพร้อมกัน... "เต็มแล้ว..." เขายิ้มไม่พูดอะไรต่อ หันไปเปิดกระเป๋าเอกสารคู่ใจ แล้วหยิบกระป๋องใส่กรวดออกมา เทกรวดเม็ดเล็ก ๆ จำนวนมากลงไปในเหยือกพร้อมกับเขย่าเหยือกเบา ๆ กรวดเลื่อนไหลลงไปอยู่ระหว่างลูกเทนนิส อัดจนแน่นเหยือก เขาหันไปถามนักศึกษาอีก "เหยือกเต็มหรือยัง?" นักศึกษามองดูอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมาตอบ "เต็มแล้ว..." เขายังยิ้มเช่นเดิม หันไปเปิดกระเป๋าหยิบเอาถุงทรายใบย่อมขึ้นมา เททรายจำนวนไม่น้อยใส่ลงไปในเหยือก เม็ดทรายไหลลงไปตามช่องว่างระหว่างกรวดกับลูกเทนนิสได้อย่างง่ายดาย เขาเทจนทรายหมดถุง เขย่าเหยือกจนเม็ดทรายอัดแน่นจนแทบล้นเหยือก เขาหันไปถามนักศึกษาอีกครั้ง "เหยือกเต็มหรือยัง?" เพื่อป้องกันการหน้าแตกนักศึกษาปริญญาโทเหล่านั้นหันมามองหน้ากัน ปรึกษากันอยู่นานหลายคนเดินก้าวเข้ามาก้ม ๆ เงย ๆ มองเหยือกตรงหน้าอาจารย์หนุ่มอยู่หลายครั้ง มีการปรึกษาหารือกันเสียงดังไปทั้งห้องเรียน จวบจนเวลาผ่านไปเกือบห้านาที หัวหน้ากลุ่มนักศึกษาจึงเป็นตัวแทน เดินเข้ามาตอบอย่างหนักแน่น "คราวนี้เต็มแน่นอนครับอาจารย์" "แน่ใจนะ" "แน่ซะยิ่งกว่าแน่อีกครับ" คราวนี้เขาหยิบน้ำอัดลมสองกระป๋องออกมาจากใต้โต๊ะแล้วเทใส่เหยือกโดยไม่รีรอ ไม่นานน้ำอัดลมก็ซึมผ่านทรายลงไปจนหมด ทั้งชั้นเรียนหัวเราะฮือฮากันยกใหญ่ เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี "ไหนพวกคุณบอกว่าเหยือกเต็มแน่ ๆ ไง" เขาพูดพลางยกเหยือกขึ้น "ผมอยากให้พวกคุณจำบทเรียนวันนี้ไว้ เหยือกใบนี้ก็เหมือนชีวิตคนเรา ลูกเทสนิสเปรียบเหมือนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต เช่น ครอบครัว คู่ชีวิต การเรียน สุขภาพ ลูก และเพื่อน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คุณต้องสนใจจริง "สูญเสียไปไม่ได้...." เม็ดกรวดเหมือนสิ่งสำคัญรองลงมา เช่น งาน บ้าน รถยนต์ ทรายก็คือเรื่องอื่น ๆ ที่เหลือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราจำเป็นต้องทำ แต่เรามักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้.... เหยือกนี้เปรียบกับชีวิตของคุณ ถ้าคุณใส่ทรายลงไปก่อน คุณจะมัวหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็ก ๆน้อย ๆอยู่ตลอดเวลา ชีวิตเต็มแล้ว...เต็มจนไม่มีที่เหลือให้ใส่กรวด ไม่มีที่เหลือให้ใส่ลูกเทนนิสแน่นอน..." "...ชีวิตของคนเราทุกคน..ถ้าเราใช้เวลาและปล่อยให้เวลาหมดไปกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เราจะไม่มีที่ว่างในชีวิตไว้สำหรับเรื่องสำคัญกว่า..." " เพราะฉะนั้นในแต่ละวันของชีวิต เราต้องให้ความสนใจกับเรื่องที่ทำให้ตัวเราและครอบครัวมีความสุข ใช้ชีวิตเล่นกับลูก ๆ หาเวลาไปตรวจร่างกาย พาคู่ชีวิตกับลูกไปพักผ่อนในวันหยุด พากันออกกำลังกายเล่นกีฬาร่วมกันสักชั่วโมงสองชั่วโมง เพื่อสุขภาพและความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิต เราต้องดูแลเรื่องที่สำคัญที่สุดจริง ๆ ดูแลลูกเทนนิสของเราก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด..." "...หลังจากนั้นถ้ามีเวลาเหลือเราจึงเอามาสนใจกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวเรา..." นักศึกษาคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม "แล้วน้ำที่อาจารย์เทใส่ลงไปล่ะครับ หมายถึงอะไร ?" เขายิ้มพร้อมกับบอกว่า "การที่ใส่น้ำลงไปเพราะอยากให้เห็นว่า ไม่ว่าชีวิตของเราจะวุ่นวายสับสนเพียงใด ในความสับสนและวุ่นวายเหล่านั้น คุณยังมีที่ว่างสำหรับการแบ่งปันน้ำใจให้กันเสมอ...." แสงแดดผู้ใจดี
แสงแดดยามเช้าปลอมตัวเป็นเด็กตัวเล็กที่มีแสงเรืองรองในร่างกาย เขาลงมาวิ่งเล่นอยู่รอบ ๆ บ้าน วิ่งอยู่บนสะพาน นั่งอยู่บนเสาไฟฟ้า กระโดดไปมาบนผิวน้ำ ดูมีความสุขมาก เช้าวันนี้ เขากำลังเดินอยู่บนสนามหญ้า และได้ยินเสียงเพลงไพเราะมาจากนกตัวหนึ่ง " สวัสดีจ้ะ " แสงแดดทักทาย " สวัสดี สวัสดี " นกร้องตอบ " เธอร้องเพลงเก่งจังเลย " สอนฉันบ้างได้ไหมจ๊ะ " " เธอมีอะไรมาแลกไหมล่ะ " นกว่า " ถ้ามีสิ่งแลกเปลี่ยน ฉันจะสอนให้ " แสงแดดไม่มีอะไรแลก จึงเดิน จากนกมาด้วยความเสียใจ เดินไปไม่นาน เขาก็พบห้องที่มีสีเทียนหลายแท่งกำลังวาด และระบายสีรูปผีเสื้อแสนสวยกันอยู่อย่าง ขะมักเขม้น แสงแดดประหลาดใจมากที่สีเทียนวาดรูปได้ " สวัสดีจ้ะ ฉันอยากวาดรูประบายสีได้อย่างพวกเธอจังเลยพวกเธอสอนฉันด้วยได้ไหมจ๊ะ " " สวัสดีแสงแดด " พวกสีเทียนร้องตอบ " พวกเราสอนให้เธอวาดรูปก็ได้จ้ะ แต่เธอมีอะไรให้พวกเราเป็นการตอบแทนหรือเปล่า" แสงแดดไม่มีอะไรจะมอบให้เป็นสิ่งตอบแทนได้ เขาจึงเดินจากมาด้วยความเศร้าสร้อย เมื่อเดินต่อไป แสงแดดก็พบกับแว่นตาที่กำลังอ่านหนังสืออยู่อย่างตั้งใจ แสงแดดตื่นเต้นมากที่แว่นตาอ่านหนังสือได้ เขาอยากรู้ว่าในหนังสือเล่าถึงเรื่องอะไรบ้าง " สวัสดี " เขาทักแว่นตาเบา ๆ " สวัสดี " แว่นตาตอบโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง " กำลังอ่านหนังสือสนุกทีเดียว " " ฉันอยากอ่านหนังสือได้เหมือนเธอจังเลย เธอพอจะสอนฉันได้ไหมจ๊ะ " " ได้สิ " แว่นตาตอบ " แต่เธอมีอะไรตอบแทนให้ฉันหรือเปล่าล่ะ ฉันต้องได้รับสิ่งตอบแทนด้วยนะ " " ฉันไม่มีสิ่งใดให้กับเธอเลย " แสงแดดพูดด้วยความเศร้าใจ แสงแดดไม่มีสิ่งใดตอบแทนเช่นเคย จึงต้องเดินจากมาอย่างสิ้นหวัง เขาเดินไปในที่ต่าง ๆ อย่างเงียบเชียบ ไม่รู้สึกสนุกเหมือนเคย " สวัสดีแสงแดด ดีจังเลยที่เธอเดินผ่านมาทางนี้ " ดอกไม้เล็ก ๆ ร้องทักอย่างดีใจมาจากใต้พุ่มไม้ " สวัสดีดอกไม้ " เขายิ้มให้กับดอกไม้ " ฉันกำลังหัดบานอยู่จ้ะ ฉันจึงอยากเจอเธอ และอยากขอร้องให้เธอมายืนอยู่ใกล้ ๆ ฉัน ฉันอยากได้แสงแดดที่อบอุ่นพอดีจ้ะ " ในที่ซึ่งดอกไม้ยืนอยู่นั้น มืดครึ้มเกินกว่าสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ จะเจริญเติบโตได้เต็มที่ แต่ถึงอย่างไร ดอกไม้เล็ก ๆ ก็มีความตั้งใจที่จะบานให้ได้อย่างสมบูรณ์ แสงแดดดีใจมากที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือผู้อื่น " ตกลง ฉันจะให้แสงที่อบอุ่นแก่เธอนานเท่าที่เธอต้องการ " " ขอบใจมากแสงแดด แต่ฉันไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนให้เธอเลยนะจ๊ะ " ดอกไม้กล่าวเศร้า ๆ แสงแดดรู้ดีว่าดอกไม้จะรู้สึกเศร้าเสียใจเพียงใด หากเขาปฏิเสธที่จะให้แสงกับเธอ เขาจึงยิ้มและบอกว่า " ไม่เป็นไรหรอก ฉันเต็มใจช่วยเธอจ้ะ " แล้วแสงแดดก็เดินไปเปล่งประกายให้แสงสว่างที่อบอุ่นแก่ดอกไม้ที่ใต้พุ่มไม้นั้น ในที่สุดดอกไม้ก็สามารถเผยอกลีบเป็นดอกไม้บานที่สวยงามได้สมความตั้งใจ แสงแดดรู้สึกภูมิใจที่ได้ เห็นดอกไม้บาน เขามีความสุขมาก เขาจึงคิดว่าจะช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจในทุกครั้งที่มีโอกาส โดยไม่หวังว่าจะได้รับผลตอบแทนใด ๆ เลย ตั้งแต่นั้นมา แสงแดดก็เดินทางไปในที่ต่าง ๆ เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ต้นไม้ ถนน บ้าน เสื้อผ้า ถุงเท้า แม่น้ำ แมว จักรยาน คน รองเท้า ฯลฯ ด้วยความสุขใจจนทุกวันนี้ ลองมอบสิ่งที่เรามีอยู่ให้กับผู้อื่น โดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนดูสิ แล้วเราจะรู้สึกดีกับสิ่งที่เราได้ทำลงไป ยังมีความต้องการอีกมากมายจากคนรอบข้าง ซึ่งเราสามารถช่วยได้ ลองหาดูแล้วเราก็จะพบนะจ๊ะ ไม่บาย เมื่อวันก่อนไม่ได้ทานข้าวทั้งวัน เมื่อวานเลยทานมาม่าตอนบ่ายสอง เล่นเอาปวดท้องทั้งวันเลย 4 octobre บ่นๆ พรุ่งนี้สอบ ยังไม่นอนเลย อ่านก็ไม่ได้อ่าน น่ารักจิง ลูกใครวะ |
|
|